TaxWise TH TaxWise TH
🇹🇭 TH
ภาษีปี 2569
ภาษีการลงทุนวางแผนภาษี

ภาษีการลงทุนหุ้น กองทุน เงินปันผล 2569: ต้องเสียอะไรบ้าง

เผยแพร่ 18 กรกฎาคม 2569·อ่าน 11 นาที

หลายคนที่เริ่มลงทุนในหุ้นและกองทุนยังไม่แน่ใจว่าต้องเสียภาษีตรงไหนบ้าง ข่าวดีคือกฎหมายไทยยกเว้นภาษีกำไรจากการขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ทั้งหมด ซึ่งต่างจากหลายประเทศที่เก็บภาษีกำไรส่วนนี้ แต่ก็ยังมีจุดที่ต้องเสียภาษี เช่น เงินปันผลและดอกเบี้ย รวมถึงกติกาพิเศษสำหรับหุ้นต่างประเทศที่หลายคนยังไม่รู้ บทความนี้สรุปให้ครบในที่เดียว

กำไรจากการขายหุ้นใน SET: ยกเว้นภาษีทั้งหมด

กำไรจากการขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) โดยบุคคลธรรมดาที่เป็นผู้ลงทุนไทย ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาทั้งหมด ไม่ว่ากำไรจะสูงเท่าใดก็ตาม นี่คือจุดเด่นสำคัญของการลงทุนหุ้นในตลาดไทยเมื่อเทียบกับหลายประเทศที่เก็บภาษีกำไรจากการขายหุ้น (capital gains tax) ในอัตราที่มีนัยสำคัญ

เงินปันผล: หัก ณ ที่จ่าย 10% หรือเลือกใช้เครดิตภาษี

เงินปันผลจากหุ้นไทยจะถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตรา 10% โดยผู้ลงทุนมีทางเลือก 2 แบบ:

  • (ก) ให้การหัก 10% เป็นภาษีสุดท้าย (final tax) — ไม่ต้องนำเงินปันผลไปรวมคำนวณกับเงินได้อื่นในแบบภาษีประจำปีอีก จบในตัว วิธีนี้เรียบง่ายและมักเหมาะกับผู้ที่มีฐานภาษีเงินได้สูง
  • (ข) เลือกนำเงินปันผลไปรวมคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปี และใช้ "เครดิตภาษีเงินปันผล" — เป็นกลไกที่ให้เครดิตคืนภาษีนิติบุคคลที่บริษัทจ่ายไปแล้วบางส่วน ซึ่งอาจทำให้ได้รับเงินคืนภาษี หากฐานภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของผู้ลงทุนต่ำกว่าอัตราภาษีนิติบุคคลรวมกับภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่จ่ายไปแล้ว

โดยหลักการทั่วไป ผู้ที่มีเงินได้อยู่ในฐานภาษีต่ำ (ประมาณ 0-10%) มักได้ประโยชน์จากตัวเลือก (ข) เพราะมีโอกาสได้เงินคืน ส่วนผู้ที่มีฐานภาษีสูงมักเลือกตัวเลือก (ก) เพราะง่ายกว่าและมักคุ้มค่ากว่า สูตรคำนวณเครดิตภาษีเงินปันผลแบบเต็มมีความซับซ้อน (ต้อง gross-up เงินปันผลกลับไปเป็นฐานก่อนหักภาษีนิติบุคคล) แนะนำให้ใช้เครื่องมือคำนวณภาษีของเว็บไซต์หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อเปรียบเทียบทั้งสองทางเลือกให้แม่นยำ

พันธบัตรและตราสารหนี้: ดอกเบี้ยหัก 15%

ดอกเบี้ยที่ได้รับจากพันธบัตรและตราสารหนี้ถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตรา 15% ซึ่งแตกต่างจากกำไรจากการขายหุ้นที่ได้รับยกเว้นภาษีทั้งหมด

กองทุนรวม: หลักการใกล้เคียงหุ้นโดยตรง

กำไรจากการขายหน่วยลงทุนกองทุนรวมตราสารทุนส่วนใหญ่ได้รับการปฏิบัติทางภาษีในลักษณะใกล้เคียงกับการลงทุนหุ้นโดยตรง สอดคล้องกับหลักการยกเว้นภาษีกำไรจากการขายหลักทรัพย์ ส่วนกองทุนประเภทที่มีสิทธิลดหย่อนภาษีพิเศษ เช่น RMF, SSF และ ThaiESG มีเงื่อนไขวงเงินลดหย่อนและระยะเวลาถือครองของตัวเองซึ่งมีรายละเอียดมากกว่านี้ สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่บทความ เพดานลดหย่อน RMF/SSF และ เพดานลดหย่อน ThaiESG Fund

หุ้นต่างประเทศที่ลงทุนเอง: กติกาเปลี่ยนตั้งแต่ 2567

หากลงทุนหุ้นต่างประเทศผ่านโบรกเกอร์ต่างประเทศที่เปิดบัญชีเอง กำไรและเงินปันผลจากหุ้นเหล่านั้นถือเป็นเงินได้จากแหล่งต่างประเทศ ซึ่งตามคำสั่งกรมสรรพากร ป.161/2566 ที่มีผลตั้งแต่ 1 มกราคม 2567 เป็นต้นไป ผู้มีถิ่นที่อยู่ทางภาษีในไทย (อยู่ในไทยตั้งแต่ 180 วันขึ้นไปในปีภาษีนั้น) จะต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจากเงินได้ต่างประเทศนี้เมื่อนำเงินกลับเข้าไทย ไม่ว่าจะนำเข้าในปีใดก็ตาม ซึ่งเปลี่ยนจากกฎเดิมที่ใช้มานานกว่า 37 ปี ที่เก็บภาษีเฉพาะกรณีนำเงินเข้าในปีเดียวกับที่มีเงินได้เท่านั้น

เงินได้จากต่างประเทศที่เกิดขึ้นก่อนวันที่ 1 มกราคม 2567 ยังคงได้รับการคุ้มครองตามกฎเดิม (เก็บภาษีเฉพาะกรณีนำเข้าในปีเดียวกัน)

สำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนหุ้นต่างประเทศแต่ต้องการหลีกเลี่ยงความซับซ้อนเรื่องการนำเงินกลับเข้าประเทศ การลงทุนผ่าน DR (Depositary Receipts) ที่จดทะเบียนซื้อขายใน SET เป็นอีกทางเลือกที่ถูกกฎหมายซึ่งนักลงทุนไทยจำนวนมากใช้เพื่อได้รับการอ้างอิงผลตอบแทนจากตลาดต่างประเทศ อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่บทความ ภาษี DR หุ้นต่างประเทศ

ตารางสรุปตามประเภทการลงทุน

ประเภทการลงทุนสิ่งที่ถูกเก็บภาษีอัตราภาษี
หุ้นไทย (SET) — กำไรจากการขายไม่ถูกเก็บภาษียกเว้น
หุ้นไทย — เงินปันผลหัก ณ ที่จ่าย หรือเลือกรวมคำนวณ+เครดิตภาษี10%
พันธบัตร/ตราสารหนี้ — ดอกเบี้ยหัก ณ ที่จ่าย15%
กองทุนรวมตราสารทุน — กำไรจากการขายไม่ถูกเก็บภาษี (โดยทั่วไป)ยกเว้น
หุ้นต่างประเทศ (ลงทุนเองผ่านโบรกต่างประเทศ)เมื่อนำเงินกลับเข้าไทย (ทุกปีที่นำเข้า)ตามฐานภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

ตัวอย่างเปรียบเทียบ: เลือกภาษีสุดท้าย vs เลือกเครดิตภาษี

กรณีที่ 1: นักลงทุนได้รับเงินปันผล 100,000 บาท ถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 10% = 10,000 บาท เลือกให้เป็นภาษีสุดท้าย ไม่ต้องทำอะไรเพิ่ม จบที่หัก 10,000 บาท

กรณีที่ 2: นักลงทุนรายได้น้อย อยู่ในฐานภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 5% ได้รับเงินปันผลจำนวนเดียวกัน หากเลือกนำไปรวมคำนวณและใช้เครดิตภาษีเงินปันผล เนื่องจากฐานภาษีของตนเอง (5%) ต่ำกว่าภาระภาษีที่บริษัทและภาษีหัก ณ ที่จ่ายรวมกันจ่ายไปแล้ว ผลลัพธ์คือมีโอกาสได้รับเงินคืนภาษี บางส่วนจากกรมสรรพากร ตัวเลขที่แน่นอนขึ้นกับอัตราภาษีนิติบุคคลที่บริษัทจ่ายจริงและเงินได้รวมทั้งปีของผู้ลงทุน แนะนำให้ใช้เครื่องมือคำนวณภาษีของเว็บไซต์เพื่อดูตัวเลขที่แม่นยำสำหรับกรณีของตนเอง

คำถามที่พบบ่อย

ขาดทุนจากการขายหุ้นเอาไปหักลบกำไรปีอื่นได้ไหม

ไม่ได้ เพราะกำไรจากการขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ของบุคคลธรรมดาได้รับยกเว้นภาษีอยู่แล้ว จึงไม่มีกลไกให้นำผลขาดทุนไปหักลบกำไรปีอื่น เนื่องจากกำไรเองก็ไม่ถูกนำมาคำนวณภาษีตั้งแต่ต้น

กองทุนรวมหุ้นต่างประเทศต้องเสียภาษีแบบไหน

กองทุนที่จดทะเบียนในไทย แม้ไปลงทุนหุ้นต่างประเทศ ก็ยังถือเป็นหน่วยลงทุนไทย เสียภาษีตามกฎของหน่วยลงทุนไทยตามปกติ ไม่ใช่กฎการนำเงินได้ต่างประเทศกลับเข้าไทย เพราะกฎนั้นใช้กับกรณีบุคคลนำเงินได้ต่างประเทศเข้ามาเองโดยตรงเท่านั้น

เงินปันผลควรเลือกหักภาษี ณ ที่จ่ายเป็นสุดท้ายหรือนำไปรวมคำนวณ

ขึ้นอยู่กับฐานภาษีของแต่ละคน ผู้ที่มีฐานภาษีต่ำ (0-10%) มักได้ประโยชน์จากการนำไปรวมคำนวณและใช้เครดิตภาษี ส่วนผู้ที่มีฐานภาษีสูงมักเลือกให้การหัก 10% เป็นภาษีสุดท้ายเพราะง่ายและคุ้มค่ากว่า

ดอกเบี้ยพันธบัตรเสียภาษีเท่าไหร่

ถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 15% ต่างจากกำไรจากการขายหุ้นที่ได้รับยกเว้นภาษีทั้งหมด

ลงทุนหุ้นต่างประเทศผ่านโบรกเกอร์ต่างประเทศเองต้องเสียภาษีไหม

ต้องเสีย หากเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ทางภาษีในไทย (อยู่ในไทย 180 วันขึ้นไปในปีนั้น) กำไรและเงินปันผลถือเป็นเงินได้จากแหล่งต่างประเทศ ต้องเสียภาษีเมื่อนำเงินกลับเข้าไทยไม่ว่าปีใด ตามคำสั่ง ป.161/2566 มีผลตั้งแต่ 1 มกราคม 2567

บทความที่เกี่ยวข้อง

อ้างอิง

  • ประมวลรัษฎากร — หลักเกณฑ์ภาษีเงินได้จากการลงทุน
  • คำสั่งกรมสรรพากร ป.161/2566 — เงินได้จากแหล่งต่างประเทศ
  • ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)

หมายเหตุ: บทความนี้สรุปหลักการทั่วไปเพื่อการศึกษาเท่านั้น การคำนวณเครดิตภาษีเงินปันผลและกรณีเงินได้ต่างประเทศมีรายละเอียดเฉพาะบุคคล ควรตรวจสอบกับกรมสรรพากรหรือผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีก่อนตัดสินใจ

ลองคำนวณสิทธิลดหย่อนภาษีของคุณแบบ Real-time ฟรี

เปิดโปรแกรมคำนวณภาษี
← กลับไปที่บทความทั้งหมด