ขายของออนไลน์ต้องยื่นภาษีอย่างไร 2569 (Shopee, Lazada, TikTok Shop)
แม่ค้าออนไลน์ที่ขายผ่านShopee, Lazada, TikTok Shop หรือแม้แต่ Facebook/Instagram ในนามบุคคลธรรมดา (ไม่ได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล) มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเช่นเดียวกับอาชีพอื่น แต่หลายคนยังไม่แน่ใจว่าต้องยื่นภาษีแบบไหน หักค่าใช้จ่ายอย่างไรให้คุ้มที่สุด และรายได้เท่าไหร่ถึงต้องจด VAT บทความนี้สรุปทุกประเด็นที่ผู้ขายของออนไลน์ต้องรู้
รายได้จากการขายของออนไลน์ จัดเป็นเงินได้ประเภทไหน
รายได้จากการขายสินค้าออนไลน์ในนามบุคคลธรรมดาจัดเป็นเงินได้ประเภทที่ 8 [มาตรา 40(8)] ซึ่งเป็นหมวดเดียวกับรายได้จากการค้าขายทั่วไป โดยสามารถเลือกหักค่าใช้จ่ายได้ 2 แบบ คือแบบเหมา 60% ของรายได้ หรือหักตามจริงหากมีเอกสารประกอบค่าใช้จ่ายครบถ้วน (ต้นทุนสินค้า ค่าขนส่ง ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม ค่าโฆษณา) แล้วแต่ว่าแบบใดให้ผลประโยชน์ทางภาษีมากกว่า สำหรับพื้นฐานการจำแนกเงินได้ 8 ประเภทและกรอบการตัดสินใจเลือกหักแบบเหมา vs ตามจริง อ่านเพิ่มเติมได้ที่ เงินได้พึงประเมิน 8 ประเภท (มาตรา 40) และ ฟรีแลนซ์ยื่นภาษีอย่างไร
หักค่าใช้จ่ายแบบเหมา 60% หรือตามจริง แบบไหนดีกว่า
คำตอบขึ้นอยู่กับอัตรากำไร (margin) ของธุรกิจแต่ละราย:
- สินค้ากำไรน้อย เช่น รับสินค้ามาขายต่อ (reseller) ที่มีต้นทุนสินค้า ค่าส่ง และค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มรวมกันสูงกว่า 40% ของรายได้ — หักตามจริงมักคุ้มค่ากว่า เพราะค่าใช้จ่ายจริงสูงกว่าเพดานเหมา 60%
- สินค้ากำไรสูง เช่น สินค้าทำมือ (handmade) หรือ dropship ที่ตั้งราคาขายสูงกว่าต้นทุนมาก และต้นทุนรวมต่ำกว่า 40% ของรายได้ — หักแบบเหมา 60% มักคุ้มค่ากว่า เพราะได้หักมากกว่าค่าใช้จ่ายจริง และไม่ต้องเก็บเอกสารพิสูจน์รายจ่าย
หลักการง่าย ๆ คือเปรียบเทียบว่าต้นทุนรวมทั้งหมด (ต้นทุนสินค้า + ค่าส่ง + ค่าคอมมิชชั่นแพลตฟอร์ม + ค่าโฆษณา) คิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของรายได้ ถ้าสูงกว่า 60% ของรายได้ การหักตามจริงจะให้ประโยชน์มากกว่าเสมอ
ต้องยื่นแบบไหน: ภ.ง.ด. 94 และ ภ.ง.ด. 90
ผู้ขายของออนไลน์ที่มีเงินได้ประเภทที่ 8 มีหน้าที่ยื่นภาษีปีละ 2 ครั้ง เช่นเดียวกับผู้มีเงินได้ประเภทที่ 5-8 ทั่วไป:
- ภ.ง.ด. 94 — แบบกลางปี ยื่นช่วงกรกฎาคม-กันยายน สำหรับรายได้ช่วงมกราคม-มิถุนายน
- ภ.ง.ด. 90 — แบบประจำปี ยื่นช่วงมกราคม-มีนาคมของปีถัดไป สรุปรายได้ทั้งปี
ขายของออนไลน์ต้องจด VAT เมื่อไหร่
เมื่อธุรกิจเติบโตขึ้น ประเด็นสำคัญที่ผู้ขายต้องเตรียมตัวคือภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) หากรายได้ (ยอดขายรวม ไม่ใช่กำไร) เกิน1.8 ล้านบาทต่อปี ผู้ขายมีหน้าที่ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มกับกรมสรรพากร ไม่ว่าจะขายในนามบุคคลธรรมดาหรือรูปแบบธุรกิจใดก็ตาม ผู้ขายที่ยอดขายเข้าใกล้เกณฑ์นี้ควรวางแผนล่วงหน้า เพราะการจด VAT มีผลต่อทั้งการออกใบกำกับภาษีและการยื่นแบบภาษีมูลค่าเพิ่มรายเดือนเพิ่มเติม
แพลตฟอร์มรายงานข้อมูลผู้ขายให้สรรพากรหรือไม่
แพลตฟอร์มมาร์เก็ตเพลสอย่าง Shopee, Lazada และ TikTok Shop อาจมีการรายงานข้อมูลธุรกรรมของผู้ขายให้กรมสรรพากรตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด แม้รายละเอียดกลไกที่แน่นอนจะขึ้นอยู่กับประกาศและข้อกำหนดที่บังคับใช้ในแต่ละช่วงเวลา แต่นี่เป็นเหตุผลสำคัญที่ผู้ขายควรยื่นภาษีให้ถูกต้องตรงตามรายได้จริงตั้งแต่แรก เพื่อลดความเสี่ยงหากมีการตรวจสอบย้อนหลัง
เก็บหลักฐานอะไรบ้างเพื่อคำนวณภาษีให้แม่นยำ
ไม่ว่าจะเลือกหักแบบเหมาหรือตามจริง ผู้ขายควรเก็บบันทึกข้อมูลเหล่านี้เป็นประจำ:
- ยอดขายรวมแยกตามแต่ละแพลตฟอร์ม
- ต้นทุนสินค้า (Cost of Goods Sold)
- ค่าขนส่งที่จ่ายจริง
- ค่าธรรมเนียม/ค่าคอมมิชชั่นที่แพลตฟอร์มหักไป
- ค่าโฆษณา/ค่าโปรโมทสินค้า
การมีข้อมูลเหล่านี้ครบถ้วนช่วยให้ตัดสินใจได้ว่าปีนั้นควรเลือกหักค่าใช้จ่ายแบบเหมาหรือตามจริง และช่วยให้ยื่นภาษีได้ถูกต้องแม่นยำมากขึ้น
ตัวอย่างเปรียบเทียบ: หักเหมา vs หักตามจริง
สมมติผู้ขาย 2 รายมีรายได้จากการขายของออนไลน์เท่ากันที่ 800,000 บาทต่อปี:
- ร้าน A ขายเสื้อผ้ารับมาขายต่อ (margin ต่ำ) — ต้นทุนสินค้า+ค่าส่ง+ค่าคอมมิชชั่นรวม 650,000 บาท (ประมาณ 81% ของรายได้) หากหักตามจริงจะหักได้ 650,000 บาท ซึ่งมากกว่าหักเหมา 60% ที่หักได้เพียง 480,000 บาท → เลือกหักตามจริงคุ้มกว่า
- ร้าน B ขายสินค้าทำมือ (margin สูง) — ต้นทุนจริงรวมเพียง 200,000 บาท (25% ของรายได้) หากหักตามจริงจะหักได้แค่ 200,000 บาท ซึ่งน้อยกว่าหักเหมา 60% ที่หักได้ถึง 480,000 บาท → เลือกหักแบบเหมาคุ้มกว่า
ตัวอย่างนี้แสดงหลักการเปรียบเทียบเบื้องต้นเท่านั้น ภาษีที่ต้องจ่ายจริงยังขึ้นอยู่กับค่าลดหย่อนส่วนตัวและปัจจัยอื่นตามแบบแสดงรายการภาษีแต่ละปี
คำถามที่พบบ่อย
ขายของออนไลน์รายได้เท่าไหร่ถึงต้องจด VAT
เมื่อรายได้ (ยอดขาย ไม่ใช่กำไร) รวมทั้งปีเกิน 1.8 ล้านบาท ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มกับกรมสรรพากร
หักค่าใช้จ่ายแบบเหมา 60% หรือตามจริงดีกว่า
ขึ้นอยู่กับอัตรากำไร หากต้นทุนรวมสูงกว่า 40% ของรายได้ หักตามจริงคุ้มกว่า แต่หากต้นทุนต่ำ (margin สูง) หักแบบเหมา 60% มักคุ้มกว่า
ขายของใน Facebook ต้องยื่นภาษีเหมือน Shopee ไหม
ใช่ ไม่ว่าจะขายผ่านช่องทางใด ถือเป็นเงินได้ประเภทที่ 8 เหมือนกัน และมีหน้าที่ยื่นภาษีตามหลักเกณฑ์เดียวกัน
ต้องยื่นภาษีปีละกี่ครั้ง
2 ครั้งต่อปี คือ ภ.ง.ด. 94 (แบบกลางปี กรกฎาคม-กันยายน) และ ภ.ง.ด. 90 (แบบประจำปี มกราคม-มีนาคมของปีถัดไป)
แพลตฟอร์มอย่าง Shopee Lazada ส่งข้อมูลยอดขายให้สรรพากรไหม
แพลตฟอร์มอาจรายงานข้อมูลธุรกรรมผู้ขายให้กรมสรรพากรตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด จึงควรยื่นภาษีให้ถูกต้องตรงตามรายได้จริง
บทความที่เกี่ยวข้อง
เงินได้พึงประเมิน 8 ประเภท (มาตรา 40)
คืออะไร ต่างกันอย่างไร
ฟรีแลนซ์ยื่นภาษีอย่างไร
ภ.ง.ด. 90 vs 94 ต่างกันอย่างไร
ยูทูปเบอร์ TikTok อินฟลูเอนเซอร์ เสียภาษีอย่างไร
รายได้แบบผสม 40(2) + 40(8)
อ้างอิง
- ประมวลรัษฎากร มาตรา 40(8) และหลักเกณฑ์การจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม — กรมสรรพากร
- คู่มือการยื่นแบบ ภ.ง.ด. 90 และ ภ.ง.ด. 94 — กรมสรรพากร
หมายเหตุ: กลไกการรายงานข้อมูลของแพลตฟอร์มมาร์เก็ตเพลสให้กรมสรรพากรอาจมีรายละเอียดเพิ่มเติมและปรับปรุงเป็นระยะ ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดกับกรมสรรพากรก่อนยื่นภาษีทุกครั้ง
ลองคำนวณสิทธิลดหย่อนภาษีของคุณแบบ Real-time ฟรี
เปิดโปรแกรมคำนวณภาษี