TaxWise TH TaxWise TH
🇹🇭 TH
ภาษีปี 2569
รายได้วางแผนภาษี

โบนัสสิ้นปี เสียภาษีเท่าไหร่ วางแผนอย่างไรให้เสียภาษีน้อยที่สุด

เผยแพร่ 18 กรกฎาคม 2569·อ่าน 8 นาที

ทุกสิ้นปี พนักงานจำนวนมากตื่นเต้นกับโบนัสที่จะได้รับ แต่ก็มักแปลกใจเมื่อเห็นยอดภาษีหัก ณ ที่จ่ายจากโบนัสก้อนนั้นสูงกว่าที่คาดไว้มาก คำถามที่พบบ่อยคือ "โบนัสเสียภาษีแพงกว่าเงินเดือนปกติหรือเปล่า" คำตอบสั้น ๆ คือไม่ใช่ — ประเทศไทยไม่มีอัตราภาษีพิเศษสำหรับโบนัส บทความนี้อธิบายกลไกที่แท้จริง พร้อมแนะนำวิธีวางแผนภาษีให้เสียน้อยที่สุดอย่างถูกกฎหมาย

โบนัสไม่มีอัตราภาษีพิเศษ ใช้อัตราก้าวหน้าเดียวกับเงินเดือน

เงินโบนัสสิ้นปีถือเป็นเงินได้ประเภทที่ 1 ตามมาตรา 40(1) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งเป็นประเภทเดียวกับเงินเดือนปกติ เมื่อถึงเวลายื่นแบบภาษีประจำปี โบนัสจะถูกนำไปรวมกับเงินเดือนทั้งปี แล้วคำนวณภาษีตามอัตราก้าวหน้าเดียวกันทั้งหมด ไม่มีอัตราพิเศษที่สูงกว่าสำหรับโบนัสโดยเฉพาะ

เงินได้สุทธิ (บาท)อัตราภาษี
0 - 150,000ยกเว้น
150,001 - 300,0005%
300,001 - 500,00010%
500,001 - 750,00015%
750,001 - 1,000,00020%
1,000,001 - 2,000,00025%
2,000,001 - 5,000,00030%
มากกว่า 5,000,00035%

อ่านรายละเอียดตารางอัตราภาษีก้าวหน้าเต็มรูปแบบและวิธีคำนวณได้ที่ อัตราภาษีก้าวหน้า 2569

ทำไมโบนัสก้อนใหญ่ถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายเยอะ

สาเหตุที่หลายคนเห็นยอดหักภาษีจากโบนัสสูงผิดปกติ เป็นเพราะนายจ้างมักใช้วิธีคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่ายแบบประมาณการรายได้ทั้งปี (annualized) คือประเมินรายได้รวมทั้งปีของพนักงานรวมโบนัสก้อนนั้นเข้าไปด้วย เพื่อคาดการณ์ว่าเงินได้ทั้งปีจะตกอยู่ในอัตราภาษีขั้นใด แล้วจึงหักภาษี ณ ที่จ่ายในงวดโบนัสตามอัตรานั้น ทำให้ยอดหักในเดือนที่ได้โบนัสดูสูงกว่าปกติมาก

อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเพียงการประมาณการล่วงหน้าเท่านั้น ภาระภาษีที่แท้จริงจะถูกคำนวณอย่างถูกต้องอีกครั้งตอนยื่นแบบภาษีประจำปี หากยอดที่ถูกหักไว้มากกว่าภาษีที่ต้องจ่ายจริง จะได้รับเงินคืนภาษี แต่หากหักไว้น้อยกว่า ก็ต้องจ่ายเพิ่ม ดังนั้นยอดหัก ณ ที่จ่ายที่ดูสูงในตอนแรกไม่ใช่ตัวเลขสุดท้ายที่ต้องเสียจริงเสมอไป

ตัวอย่าง: โบนัสดันเงินได้ขึ้นบันไดภาษีขั้นใหม่

สมมติพนักงานรายหนึ่งมีเงินเดือนสม่ำเสมอตลอดปี และเงินได้สุทธิจากเงินเดือนเพียงอย่างเดียวอยู่ที่ประมาณ 480,000 บาท ซึ่งอยู่ในช่วงอัตราภาษี 10% แต่ปลายปีได้รับโบนัสก้อนใหญ่เพิ่มเข้ามา ทำให้เงินได้สุทธิรวมทั้งปีขยับขึ้นไปแตะช่วง 500,001-750,000 บาท ซึ่งเป็นอัตรา 15% ส่วนของเงินได้ที่เกิน 500,000 บาทจึงถูกเก็บภาษีในอัตราที่สูงขึ้น

ในสถานการณ์เช่นนี้ การเพิ่มเงินสะสมกองทุนเกษียณ (RMF/SSF/PVD/กบข.) หรือใช้สิทธิลดหย่อนอื่นก่อนสิ้นปี จะช่วยดึงเงินได้สุทธิให้ต่ำลง ซึ่งอาจทำให้ส่วนของเงินได้ที่เคยตกอยู่ในอัตรา 15% กลับมาอยู่ในอัตรา 10% ได้ ทำให้ประหยัดภาษีได้มากกว่าปกติ นี่คือเหตุผลว่าทำไมโบนัสมักเป็นตัวกระตุ้นที่ทำให้การใช้สิทธิลดหย่อนให้เต็มที่ในปีนั้นคุ้มค่ามากเป็นพิเศษ

กลยุทธ์วางแผนภาษีก่อนสิ้นปี

  • เพิ่มเงินสะสมกองทุนเกษียณ — RMF, SSF, PVD, กบข. ภายในเพดานรวม 500,000 บาทต่อปี อ่านรายละเอียดเพดานที่ เพดานรวม RMF/SSF/กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
  • ซื้อกองทุน ThaiESG เบี้ยประกันชีวิต/สุขภาพ หรือเงินบริจาคที่ยังไม่ได้ใช้สิทธิให้ครบ
  • ดำเนินการทุกอย่างก่อนวันที่ 31 ธันวาคม ของปีภาษีนั้น เพื่อให้สิทธิลดหย่อนมีผลกับเงินได้ปีเดียวกับที่ได้รับโบนัส
  • ตรวจสอบรายการลดหย่อนทั้งหมดที่ยังเหลือสิทธิอยู่ในเช็กลิสต์ปลายปี อ่านเพิ่มเติมที่ เช็กลิสต์ภาษีก่อนสิ้นปี

คำถามที่พบบ่อย

โบนัสเสียภาษีอัตราพิเศษสูงกว่าเงินเดือนปกติไหม

ไม่ใช่ ไม่มีอัตราภาษีเฉพาะสำหรับโบนัส เงินโบนัสถูกนำไปรวมกับเงินได้ประเภทเงินเดือนทั้งหมดแล้วคำนวณภาษีตามอัตราก้าวหน้าเดียวกันกับเงินเดือนปกติ

ทำไมโบนัสก้อนใหญ่ถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายเยอะมาก

เพราะนายจ้างใช้วิธีคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่ายแบบประมาณการรายได้ทั้งปีรวมโบนัสด้วย ทำให้ยอดหักในงวดนั้นดูสูง แต่ภาระภาษีจริงจะถูกปรับให้ถูกต้องอีกครั้งตอนยื่นแบบภาษีประจำปี

ควรซื้อกองทุนลดหย่อนก่อนหรือหลังได้รับโบนัส

ควรดำเนินการก่อนสิ้นปีภาษี (ภายใน 31 ธันวาคม) เพื่อให้สิทธิลดหย่อนมีผลกับเงินได้ของปีภาษีเดียวกันกับที่ได้รับโบนัส

โบนัสที่ได้รับต้องยื่นรวมกับเงินเดือนตอนยื่นภาษีประจำปีไหม

ต้องยื่นรวม เนื่องจากโบนัสถือเป็นเงินได้ประเภทเดียวกับเงินเดือน จึงต้องนำมารวมกับเงินได้ทั้งปีในแบบ ภ.ง.ด. 90/91 เพื่อคำนวณภาษีที่ต้องชำระจริง

มีวิธีลดภาษีจากโบนัสให้ถูกกฎหมายบ้างไหม

ใช้สิทธิลดหย่อนที่มีอยู่ให้เต็มที่ก่อนสิ้นปี เช่น RMF/SSF/PVD/กบข. ภายในเพดานรวม 500,000 บาท กองทุน ThaiESG เบี้ยประกัน และเงินบริจาค ซึ่งช่วยลดเงินได้สุทธิที่ต้องเสียภาษีในปีนั้นได้

บทความที่เกี่ยวข้อง

อ้างอิง

  • ประมวลรัษฎากร มาตรา 40(1) และมาตรา 50 ว่าด้วยการหักภาษี ณ ที่จ่าย — กรมสรรพากร
  • คำสั่งกรมสรรพากรว่าด้วยวิธีคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่ายเงินได้ประเภทเงินเดือน — กรมสรรพากร

หมายเหตุ: อัตราภาษีก้าวหน้าและเพดานลดหย่อนอาจมีการปรับปรุงเป็นระยะโดยประกาศกรมสรรพากร ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดก่อนวางแผนภาษีทุกครั้ง เนื้อหานี้เป็นการอธิบายหลักการทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษีเฉพาะบุคคล

ลองคำนวณสิทธิลดหย่อนภาษีของคุณแบบ Real-time ฟรี

เปิดโปรแกรมคำนวณภาษี
← กลับไปที่บทความทั้งหมด