TaxWise TH TaxWise TH
🇹🇭 TH
ภาษีปี 2569
การลงทุนเบื้องต้นอัตราส่วนการเงิน

อัตราส่วนทางการเงินที่นักลงทุนมือใหม่ควรรู้: P/E, P/BV, ROE, Dividend Yield

เผยแพร่ 18 กรกฎาคม 2569·อ่าน 10 นาที

อัตราส่วนทางการเงินเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้นักลงทุนสรุปข้อมูลจำนวนมากจากงบการเงินให้อยู่ในรูปตัวเลขเดียวที่เปรียบเทียบได้ง่าย บทความนี้สรุป 4 อัตราส่วนพื้นฐานที่นักลงทุนมือใหม่ควรรู้จักก่อนเป็นอันดับแรก ได้แก่ P/E, P/BV, ROE และ Dividend Yield พร้อมสูตรคำนวณ ความหมาย และข้อควรระวังของแต่ละตัว เพื่อไม่ให้ตัดสินใจโดยดูตัวเลขใดตัวเลขหนึ่งเพียงลำพัง

P/E Ratio (Price-to-Earnings)

P/E = ราคาหุ้น ÷ กำไรต่อหุ้น (EPS)

P/E บอกว่านักลงทุนกำลังจ่ายเงินกี่บาท เพื่อแลกกับกำไร 1 บาทของบริษัทในปัจจุบัน หุ้นที่มี P/E สูงอาจสะท้อนว่าตลาดคาดหวังการเติบโตของกำไรในอนาคตสูง (หรืออาจแพงเกินจริง) ส่วนหุ้นที่มี P/E ต่ำอาจหมายถึงหุ้นราคาถูก (หรืออาจสะท้อนปัญหาพื้นฐานของธุรกิจจริงๆ ก็ได้) ข้อควรระวัง: ควรเปรียบเทียบ P/E ภายในอุตสาหกรรมเดียวกัน ไม่ควรนำ P/E ของหุ้นต่างอุตสาหกรรมมาเทียบกันโดยตรง เพราะแต่ละอุตสาหกรรมมีลักษณะการเติบโตและความเสี่ยงต่างกัน

P/BV Ratio (Price-to-Book Value)

P/BV = ราคาหุ้น ÷ มูลค่าทางบัญชีต่อหุ้น

P/BV เปรียบเทียบราคาหุ้นกับ "มูลค่าสินทรัพย์สุทธิต่อหุ้น" ตามงบดุล อัตราส่วนนี้มีประโยชน์มากกับธุรกิจที่เน้นสินทรัพย์ เช่น ธนาคารหรืออสังหาริมทรัพย์ ซึ่งมูลค่าทางบัญชีสะท้อนมูลค่าที่แท้จริงของธุรกิจได้ค่อนข้างดี แต่จะมีความหมายจำกัดมากกับธุรกิจที่เน้นสินทรัพย์ไม่มีตัวตน เช่น เทคโนโลยีหรือบริการ ที่มูลค่าส่วนใหญ่มาจากแบรนด์ ทรัพย์สินทางปัญญา หรือบุคลากร ซึ่งไม่ได้ถูกบันทึกในงบดุลอย่างเต็มมูลค่า

ROE (Return on Equity)

ROE = กำไรสุทธิ ÷ ส่วนของผู้ถือหุ้น

ROE วัดว่าบริษัทสร้างกำไรได้อย่างมีประสิทธิภาพแค่ไหน จากเงินทุนของผู้ถือหุ้นที่ลงทุนไว้ในธุรกิจ บริษัทที่มี ROE สูงสม่ำเสมอเมื่อเทียบกับคู่แข่งในอุตสาหกรรมเดียวกัน มักถูกมองว่ามีความได้เปรียบในการแข่งขัน ข้อควรระวัง: ROE ที่สูงอาจถูกดันขึ้นได้จากการใช้หนี้สิน (Leverage) ในระดับสูง ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงให้บริษัท จึงควรตรวจสอบระดับหนี้สินควบคู่ไปด้วยเสมอ ไม่ควรดู ROE เพียงตัวเลขเดียวโดยลำพัง

Dividend Yield

Dividend Yield = เงินปันผลต่อหุ้นต่อปี ÷ ราคาหุ้น × 100%

Dividend Yield แสดงผลตอบแทนในรูปเงินสดที่ได้จากการถือหุ้น แยกต่างหากจากกำไรจากส่วนต่างราคา (Capital Gain) ข้อควรระวัง: Dividend Yield ที่สูงผิดปกติบางครั้งเกิดจากราคาหุ้นร่วงลงมาก (ยีลด์จะสูงขึ้นเมื่อราคาลดลง) ไม่ได้แปลว่าบริษัทใจดีจ่ายปันผลมากขึ้นเสมอไป ก่อนไล่ซื้อหุ้นเพราะยีลด์สูง ควรตรวจสอบว่าบริษัทมีความสามารถจ่ายเงินปันผลนั้นได้อย่างยั่งยืนหรือไม่ โดยดูอัตราการจ่ายปันผล (Payout Ratio) เทียบกับกำไรสุทธิประกอบด้วย

ความเชื่อมโยงกับงบการเงิน

อัตราส่วนเหล่านี้ไม่ได้ลอยตัวอยู่เฉยๆ แต่คำนวณมาจากตัวเลขในงบการเงินโดยตรง P/E เชื่อมโยงกับงบกำไรขาดทุนผ่านตัวเลขกำไรต่อหุ้น ส่วน P/BV เชื่อมโยงกับงบดุลผ่านมูลค่าทางบัญชี หากยังไม่คุ้นเคยกับที่มาของตัวเลขเหล่านี้ แนะนำให้อ่านบทความ งบการเงินพื้นฐานที่นักลงทุนต้องอ่านเป็น ประกอบ เพื่อเข้าใจภาพรวมทั้งระบบ

ตารางสรุปอัตราส่วน

อัตราส่วนสูตรบอกอะไรข้อควรระวัง
P/Eราคาหุ้น ÷ EPSจ่ายกี่บาทต่อกำไร 1 บาทเทียบได้เฉพาะในอุตสาหกรรมเดียวกัน
P/BVราคาหุ้น ÷ มูลค่าทางบัญชีต่อหุ้นราคาเทียบกับสินทรัพย์สุทธิใช้ไม่ได้ดีกับธุรกิจสินทรัพย์ไม่มีตัวตน
ROEกำไรสุทธิ ÷ ส่วนของผู้ถือหุ้นประสิทธิภาพการสร้างกำไรจากทุนอาจถูกดันสูงจากหนี้สิน
Dividend Yieldปันผลต่อหุ้น ÷ ราคาหุ้นผลตอบแทนเงินสดจากการถือหุ้นยีลด์สูงอาจมาจากราคาตก ไม่ใช่ปันผลมาก

คำถามที่พบบ่อย

P/E ต่ำดีเสมอไปไหม

ไม่เสมอไป P/E ต่ำอาจหมายถึงหุ้นราคาถูก หรืออาจสะท้อนปัญหาพื้นฐานของธุรกิจก็ได้ ควรเปรียบเทียบ P/E กับบริษัทในอุตสาหกรรมเดียวกันและดูปัจจัยอื่นประกอบเสมอ

ROE สูงแปลว่าบริษัทดีเสมอไปไหม

ไม่เสมอไป ROE ที่สูงอาจเกิดจากการใช้หนี้สินในระดับสูง ควรตรวจสอบระดับหนี้สินควบคู่ไปกับ ROE เสมอ ไม่ควรดูตัวเลขเดียวโดยลำพัง

ปันผลสูงควรซื้อเลยไหม

ไม่ควร บางครั้งยีลด์สูงเกิดจากราคาหุ้นตกลงมาก ไม่ใช่บริษัทจ่ายปันผลมากขึ้น ควรตรวจสอบความยั่งยืนของเงินปันผลผ่าน Payout Ratio ก่อนตัดสินใจ

P/BV เหมาะกับหุ้นประเภทไหนมากที่สุด

เหมาะกับธุรกิจที่เน้นสินทรัพย์ เช่น ธนาคารและอสังหาริมทรัพย์ แต่มีความหมายจำกัดกับธุรกิจสินทรัพย์ไม่มีตัวตน เช่น เทคโนโลยีหรือบริการ

ควรใช้อัตราส่วนทางการเงินเพียงตัวเดียวในการตัดสินใจลงทุนไหม

ไม่ควร แต่ละอัตราส่วนมีข้อจำกัดของตัวเอง ควรใช้หลายอัตราส่วนประกอบกันพร้อมกับศึกษางบการเงินทั้งสามงบ เพื่อให้เห็นภาพที่ครบถ้วนมากขึ้น

บทความที่เกี่ยวข้อง

หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาแนวคิดพื้นฐานเรื่องอัตราส่วนทางการเงินเท่านั้น ไม่ได้อ้างอิงข้อมูลของบริษัทใดบริษัทหนึ่งโดยเฉพาะ และไม่ถือเป็นคำแนะนำการลงทุน

ลองคำนวณสิทธิลดหย่อนภาษีของคุณแบบ Real-time ฟรี

เปิดโปรแกรมคำนวณภาษี
← กลับไปที่บทความทั้งหมด